กลับหน้าหลัก
ผลการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของคลัสเตอร์ทั่วประเทศ 152 คลัสเตอร์ (จากข้อมูลทุติยภูมิ)
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ 60 คลัสเตอร์ จาก 152 คลัสเตอร์
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ และสำรวจข้อมูลเชิงลึก 20 คลัสเตอร์
กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

ดูข้อมูล
เลือกคลัสเตอร์ตามระดับศักยภาพ
กลุ่มที่ 3 Developing Clusterกลุ่มที่ 4  Hi Potential Cluster
กลุ่มที่ 1 Initiation/Formation Clusterกลุ่มที่ 2 Seeking Direction
คลิกเพื่อดูคำอธิบายระดับศักยภาพ

 

 
 
หนัาหลัก

Hmei7 Indonesian Defacer 0wnz you


 ที่ตั้ง
หมู่บ้าน:
ตำบล:
อำเภอ:
จังหวัด: อุบลราชธานี
กลุ่มจังหวัด: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2
 ภาคเศรษฐกิจ ข้าวอินทรีย์ ข้าวขาวดอกมะลิ 105 (เกษตรอินทรีย์)
 ประเภทสินค้า หรือบริการ ภาคเกษตร
 หน่วยงานสนับสนุน เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุบลราชธานี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี
 หน่วยงานให้ทุน ไม่มี
 ระดับศักยภาพ 1. กลุ่มที่เพิ่งเริ่มรวมตัวกัน

ผลการวิเคราะห์โดยย่อ

โครงสร้างและพัฒนาการคลัสเตอร์ข้าวอินทรีย์ของสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมีจำกัด จังหวัดอุบลราชธานี เริ่มในปี พ.ศ. 2543 ได้เกิดการรวมกลุ่มในชุมชนในพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี มีการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินผลการดำเนินการกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยในปี พ.ศ. 2544 มีการเชื่อมโยงช่วยเหลือกันระหว่างกลุ่มทั้ง 47 กลุ่มในอุบลราชธานี และได้ผลสรุปในการจัดตั้งเป็นกลุ่มเครือข่าย ท้ายสุดในปีพ.ศ. 2545 ได้มีการจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี จำกัด จังหวัดอุบลราชธานีและดำเนินการถึงปัจจุบันมีสมาชิก 1,000 คน โดยมีการเชื่อมโยงกับโรงสีในพื้นที่หลายแห่ง รวมทั้งผู้ส่งออกในกรุงเทพมหานคร จนกระทั่งปัจจุบัน สหกรณ์ฯ ประสบความสำเร็จในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกที่ปลูกข้าวอินทรีย์ สำหรับการผลิตข้าวอินทรีย์ในจังหวัดอุบลราชธานีของเกษตรกรเครือข่ายสหกรณ์ไร้สารเคมีจำกัด ปัจจุบันมีผลผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 อินทรีย์ส่งออกประมาณ 1,500 ตัน

สมรรถนะคลัสเตอร์ (Cluster Performance) ข้าวอินทรีย์ของ สหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมีจำกัด พบว่า มีความสามารถในการบริหารจัดการคลัสเตอร์อย่างเป็นระบบและมีบุคลากรที่มีความสามารถให้การสนับสนุนอยู่ในระดับดี เกษตรกรสมาชิกที่ผลิตข้าวอินทรีย์ขายผลผลิตในรูปวัตถุดิบ ให้โรงสีและบริษัทส่งออกเพื่อนำข้าวเปลือกสีแปรรูปเป็นข้าวสาร มีบางส่วนที่สหกรณ์เริ่มผลิตข้าวสารอินทรีย์ขายในท้องถิ่นเพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินกิจการ ผู้ประกอบการมีความร่วมมือกันดีเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนด ทำให้สามารถส่งข้าวออกต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแถบสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นในลักษณะที่เป็นตลาดเฉพาะ (Niche Market)

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ในคลัสเตอร์ ประกอบด้วย กลุ่มที่ทำกิจกรรมหลัก ได้แก่เกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ สหกรณ์การเกษตรไร้สารเคมี ผู้ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และโรงสีข้าวอินทรีย์ กลุ่มธุรกิจสนับสนุน ได้แก่ สถาบันการเงิน ผู้ส่งออก และผู้ตรวจรับรองมาตรฐาน กลุ่มธุรกิจต่อเนื่องได้แก่ ผู้ขายปัจจัยการผลิตที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อุปกรณ์การเกษตร รถเกี่ยวข้าว รถไถเดินตาม เครื่องนวดข้าว กลุ่มที่สนับสนุนในด้านนโยบาย ได้แก่ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 เกษตรจังหวัด พาณิชย์จังหวัด กลุ่มที่สนับสนุนด้านการวิจัยพัฒนา ได้แก่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี ราชธานีอโศก ศรีษะอโศก

กลยุทธ์การพัฒนาที่สำคัญ (Strategic Issue) ในการพัฒนาคลัสเตอร์ข้าวอินทรีย์ควรเน้นทั้งด้านวิจัย ระบบการผลิต ด้านตรวจรับรองมาตรฐาน ด้านตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 อินทรีย์อย่างเป็นระบบ โดยให้ความสนับสนุนการสร้างระบบเครือข่ายการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง รายละเอียดข้อเสนอแนะเชิง กลยุทธ์ มีดังนี้

1. ด้านวิจัยระบบการผลิต มีการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตกับเกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ มีการวิจัยอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
2. ด้านตรวจรับรองมาตรฐาน จัดทำระบบและมาตรฐานข้าวอินทรีย์ของไทย โดยอิงมาตรฐานกับประเทศผู้นำด้านเกษตรอินทรีย์ กระชับความร่วมมือกับองค์กรสากลเพื่อให้ไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
3. ด้านตลาดภายในประเทศ มีระบบเครือข่ายการตรวจสอบรับรองและการแปรรูป พัฒนาตลาดขายตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค สร้างตลาดเครือข่ายที่น่าเชื่อถือ มีการประชาสัมพันธ์และสร้างกระแสการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภคและสร้างระบบการรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าข้าวอินทรีย์ที่บริโภคเป็นของแท้ นอกจากนี้ควรมีการประกันราคาข้าวอินทรีย์ให้ได้ราคาสูงกว่าข้าวเคมีเพื่อเป็นแรงจูงใจต่อเกษตรกรผู้ผลิต
4. ด้านตลาดต่างประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศทั้งสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น โดยเฉพาะการส่งออกข้าวอินทรีย์ควรได้รับการจัดสรรโควตาพิเศษจากภาครัฐ นอกจากนี้ควรมีการศึกษาผลกระทบจากการใช้นโยบายการค้าเสรีของสหภาพยุโรปกับประเทศด้อยพัฒนาที่มีผลกระทบต่อการค้าข้าวอินทรีย์ไทยในตลาดสหภาพยุโรป
5. ด้านการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ รัฐควรพิจารณาและให้การสนับสนุนการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างเป็นระบบ โดยให้ความสนับสนุนการสร้างระบบเครือข่ายการผลิตข้าวอินทรีย์อย่างต่อเนื่องร่วมกับองค์กรเอกชนและบริษัทเอกชน มีการจัดสัมมนาให้กับเจ้าหน้าที่ในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จัดการศึกษาดูงานในประเทศที่มีการพัฒนาด้านเกษตรอินทรีย์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำระบบเกษตรอินทรีย์และเทคนิควิธีการต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับระบบการผลิตในประเทศ


<< พิมพ์ข้อมูลคลัสเตอร์ >>

ย้อนกลับ          

 

  สำนักพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)                    

โทรศัพท์: 0-2282-0811    อีเมล์: admin@cm.nesdb.go.th