กลับหน้าหลัก
ผลการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของคลัสเตอร์ทั่วประเทศ 152 คลัสเตอร์ (จากข้อมูลทุติยภูมิ)
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ 60 คลัสเตอร์ จาก 152 คลัสเตอร์
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ และสำรวจข้อมูลเชิงลึก 20 คลัสเตอร์
กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

ดูข้อมูล
เลือกคลัสเตอร์ตามระดับศักยภาพ
กลุ่มที่ 3 Developing Clusterกลุ่มที่ 4  Hi Potential Cluster
กลุ่มที่ 1 Initiation/Formation Clusterกลุ่มที่ 2 Seeking Direction
คลิกเพื่อดูคำอธิบายระดับศักยภาพ

 

 
 
หนัาหลัก

Hmei7 Indonesian Defacer 0wnz you


 ที่ตั้ง
หมู่บ้าน:
ตำบล:
อำเภอ:
จังหวัด: อุบลราชธานี
กลุ่มจังหวัด: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2
 ภาคเศรษฐกิจ พริกหัวเรือ
 ประเภทสินค้า หรือบริการ ภาคเกษตร
 หน่วยงานสนับสนุน ไม่มี
 หน่วยงานให้ทุน ไม่มี
 ระดับศักยภาพ 1. กลุ่มที่เพิ่งเริ่มรวมตัวกัน

ผลการวิเคราะห์โดยย่อ

พัฒนาการของคลัสเตอร์พริกพันธุ์หัวเรือเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 และเริ่มเห็นภาพชัดเจนในปี พ.ศ. 2540 เนื่องจากการขยายตัวของตลาดที่ต้องการผลผลิตพริกพันธุ์หัวเรือ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของขนาดผล ปริมาณของสารให้ความเผ็ด และผลผลิตต่อไร่ อันเป็นเอกลักษณ์ของพริกสายพันธุ์นี้ นอกจากนี้ยังเล็งเห็นว่าเป็นวิสาหกิจที่สําคัญและมีผลเชื่อมโยงต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่จะสร้างงานและรายได?มากมาย โดยการพัฒนาในช?วงแรกจะเน้นการผลิตเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในท้องถิ่นเป็นหลัก จนเมื่อประสบผลสําเร็จในระดับหนึ่ง จึงได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายและเป้าหมายมุ่งเน้นการผลิตเพื่อการส่งตลาดในภูมิภาคอื่นๆ และส่งออกต่างประเทศมากขึ้น

ข้อมูลสำรวจการผลิตพริกของจังหวัดอุบลราชธานีในปี 2547/2548 มีพื้นที่เพาะปลูก 8,608 ไร่ ผลผลิตรวม 19,141 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 2,223 กก./ไร่ ราคาเฉลี่ย 12.50 บาท/กก. (ช่วงราคา 10-60 บาท) มูลค่าทั้งสิ้น 239.3 ล้านบาท ปลูกมากในเขตอำเภอเมือง อำเภอเขื่องใน อำเภอวารินชำราบ อำเภอม่วงสามสิบ กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก ช่วงเวลาเพาะปลูกเดือนธันวาคม หรือ มกราคม ในส่วนการผลิตพริกในพื้นที่ ตำบลหัวเรือ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณการว่ามีผลผลิตพริกสด ในปีเพาะปลูก 2547/2548 รวมประมาณ 4,000 ตัน มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท

การผลิตพริกพันธุ์หัวเรือเป็นวิสาหกิจหนึ่งที่มีกระบวนการผลิตที่มีขั้นตอนไม่ซับซ้อนและผลผลิตของแต?ละขั้นตอนนั้น ยังสามารถนําไปใช้งานต่อได้?ในหลากหลายรูปแบบ เช่น ผลผลิตพริกสดก็จะสามารถนำไปบริโภคได้ทันทีหรือนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปอย่างง่าย ไปจนถึงการแปรรูปขั้นสูงขึ้นไปได้เช?นเดียวกัน

สำหรับสมาชิกหลักในคลัสเตอร์ คือ กลุ่มเกษตรกร ซึ่งแบ่งเป็นเกษตรกรที่ผลิตเพื่อขายในตลาดทั่วไป โดยการขายผลผลิตให้แก่พ่อค้าคนกลางหรือผู้รวบรวมท้องถิ่น และเกษตรกรที่ผลิตโดยมีข้อผูกพันกับพ่อค้าคนกลางซึ่งจะได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต คำแนะนำต่างๆ ตลอดจนการซื้อขาย ปัจจุบันคลัสเคอร์พริกหัวเรือ อุบลราชธานี มีสมาชิกผู้ผลิตพริกราว 1,800 ครัวเรือน และภายในคลัสเตอร์มีกลุ่มการผลิตย่อย 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มผู้ผลิตพริกหัวเรือในระบบเกษตรที่ดีและเหมาะสม (Good Argricultural Practice, GAP) ซึ่งมีสมาชิกกลุ่มจำนวน 50 ครัวเรือน และกลุ่มผู้ผลิตพริกทั่วไปจำนวนประมาณ 1,750 ครัวเรือน


จากการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง และอุปสรรคของคลัสเตอร์พริกหัวเรือ พบว่าคลัสเตอร์พริกหัวเรือมีจุดแข็งอยู่ 2 ประการคือ

1) มีการรวมกลุ่มที่มีแนวคิดและปฏิบัติร่วมกัน ทั้งโดยธรรมชาติและแบบเป็นทางการ และ

2) มีการพัฒนาระบบการเพาะปลูก และใช้วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวเข้ามาร่วมในระบบการจัดการ ส่วนจุดอ่อนของคลัสเตอร์นั้น พบว่า ยังขาดการประสานการทำงานที่เป็นระบบ ซึ่งจะเห็นได้จากระบบการตลาดที่ขาดความเข้มแข็งและอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง และตลาดในระดับต่างๆ

อุปสรรคที่พบในการดำเนินการของคลัสเตอร์มีอยู่ 2 ประการ ได้แก่

1) การใช้แรงงานไม่เต็มประสิทธิภาพ อันเนื่องมาจากกิจกรรมการปลูกพริกของผู้ผลิตส่วนใหญ่เป็นอาชีพเสริม และ 2) ปัญหาสินค้าล้นตลาดในบางช่วงเวลา และผลผลิตคุณภาพไม่เป็นไปตามความต้องการของตลาด ทำให้ถูกกดราคา อย่างไรก็ตาม โอกาสของคลัสเตอร์พริกหัวเรือก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น 1) มีตลาดรองรับผลผลิตพริกตลอดปี และมีตลาดผลิตภัณฑ์จากพริกในท้องถิ่นรองรับผลผลิตในภาวะที่ตลาดไม่แน่นอน

2) แนวโน้มความต้องการในตลาดท้องถิ่นและตลาดส่งออกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดทั้งมีการเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้น ทำให้การเก็บภาษีมีอัตราต่ำลง 3) รัฐบาลมีนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” ส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารให้ขยายไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคลัสเตอร์ที่จะส่งออกเพิ่มมากขึ้น 4) มีโอกาสในการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคในหลายระดับ ตามพฤติกรรมและความพิถีพิถันของการเลือกบริโภค โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้า (Brand Name) ในชุมชน และสร้างเส้นทางเชื่อมโยงการตลาดกับธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง 5) มีความได้เปรียบในเรื่องศักยภาพของพื้นที่ผลิตและต้นกำเนิดของสายพันธุ์ ภายใต้เงื่อนไขการบริหารจัดการทั้งการผลิตและการตลาด และ 6)นโยบายอาหารปลอดภัย (Food Safety) จะช่วยให้ผู้ประกอบการตื่นตัวในการผลิตอาหารให้ได้คุณภาพมากขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ใส่ใจกับคุณภาพมากขึ้น

การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคลัสเตอร์พริกพันธุ์หัวเรือ ควรจะพิจารณาประเด็น ดังต่อไปนี้

1) การส่งเสริมให้มีการผลิตพริกที่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด รวมทั้งให้มีการผลิตพริกระบบ GAP

2) การให้ความรู้เรื่องการแปรรูปพริก และส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูปพริกในระดับจังหวัดเพื่อรองรับผลผลิตที่ได้

3) การติดต่อประสานงานด้านการตลาดและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากผู้รวบรวมพริก ตลาดท้องถิ่น และตลาดอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน


<< พิมพ์ข้อมูลคลัสเตอร์ >>

ย้อนกลับ          

 

  สำนักพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)                    

โทรศัพท์: 0-2282-0811    อีเมล์: admin@cm.nesdb.go.th