กลับหน้าหลัก
ผลการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของคลัสเตอร์ทั่วประเทศ 152 คลัสเตอร์ (จากข้อมูลทุติยภูมิ)
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ 60 คลัสเตอร์ จาก 152 คลัสเตอร์
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ และสำรวจข้อมูลเชิงลึก 20 คลัสเตอร์
กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

ดูข้อมูล
เลือกคลัสเตอร์ตามระดับศักยภาพ
กลุ่มที่ 3 Developing Clusterกลุ่มที่ 4  Hi Potential Cluster
กลุ่มที่ 1 Initiation/Formation Clusterกลุ่มที่ 2 Seeking Direction
คลิกเพื่อดูคำอธิบายระดับศักยภาพ

 

 
 
หนัาหลัก

Hmei7 Indonesian Defacer 0wnz you


 ที่ตั้ง
หมู่บ้าน: -
ตำบล: -
อำเภอ: -
จังหวัด: ชัยภูมิ
กลุ่มจังหวัด: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1
 ภาคเศรษฐกิจ เส้นใย ด้าย ผ้าผืน การฟอกย้อม พิมพ์และแต่งสำเร็จ เครื่องนุ่งห่ม
 ประเภทสินค้า หรือบริการ ภาคอุตสาหกรรม
 หน่วยงานสนับสนุน สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ
 หน่วยงานให้ทุน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานจังหวัดชัยภูมิ
 ระดับศักยภาพ 1. กลุ่มที่เพิ่งเริ่มรวมตัวกัน

ผลการวิเคราะห์โดยย่อ

จากการที่โรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอในจังหวัดชัยภูมิมีการกระจุกตัวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เนื่องจาก นักลงทุนย้ายฐานการผลิตมาที่จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดชัยภูมิได้รับการพิจารณาปรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI จากเขต 3 เป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนเขต 3 พิเศษ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 และเพื่อสนับสนุนนโยบายการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบการพัฒนาคลัสเตอร์ ส่งผลให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร วัตถุดิบหรือวัสดุที่จำเป็น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี รวมทั้งอนุญาตให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ค่าประปา 2 เท่า เป็นเวลา 10 ปีเป็นต้น รวมทั้งแนวทางและนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ชัดเจนจากภาครัฐ โดยถูกกำหนดให้เป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญในการสร้างความเจริญมั่นคงทางเศรษฐกิจของจังหวัดในด้านของการส่งเสริมประสิทธิภาพและคุณภาพการผลิตอุตสาหกรรม รวมทั้งส่งเสริมประสิทธิภาพและคุณภาพด้านการกำกับดูแลและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรม และได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2546 ได้มีการลงนามพันธกิจระหว่างจังหวัดชัยภูมิ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ โดยจังหวัดชัยภูมิและกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจะสนับสนุนการดำเนินงานของคณะทำงานกำหนดเขตส่งเสริมพิเศษอุตสาหกรรมสิ่งทอจังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้นักลงทุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้รับความสะดวก ส่งเสริมการพัฒนาเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มธุรกิจ (Cluster) และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สอดคล้องกับนโยบายและกฎหมาย ทั้งนี้ ในภาพรวมจะมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนา Cluster อุตสาหกรรมสิ่งทอจังหวัดชัยภูมิ

พันธมิตรอุตสาหกรรมสิ่งทอประกอบด้วย อุตสาหกรรมถักทอไหมพรมจำนวน 16 วิสาหกิจ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าจำนวน 12 วิสาหกิจ อุตสาหกรรมผ้าไหมทอมือจำนวน 4 วิสาหกิจ และสถาบันต่างๆ คือ สถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่มีความร่วมมือ เกื้อหนุนเชื่อมโยงและเสริมกิจการซึ่งกันและกันอย่างครบวงจร

เครือข่ายวิสาหกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอ(Cluster) ส่งผลให้เกิดการพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริหารเกิดความร่วมมือช่วยเหลือกันในเรื่องของทรัพยากร ความรู้ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นรูปธรรมในระดับหนึ่ง แต่ปัญหาที่พบ คือแต่ละโรงงานมีศักยภาพของการผลิตที่แตกต่างกัน ประกอบกับนโยบายการค้าระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะกลุ่มของอุตสาหกรรมถักทอ (Knitting Group) จำนวน 16 วิสาหกิจนั้น เป็นการผลิตเพื่อการส่งออกไปต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งได้รับคำสั่งซื้อจากการให้โควต้า แต่ถ้าเมื่อใดที่นโยบายการค้าเปลี่ยนสู่การค้าเสรีอาจทำให้คำสั่งซื้อจากการให้โควต้าหมดไป ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อกลุ่มอุตสาหกรรมถักทอ ประกอบกับอัตราค่าจ้างแรงงานของจังหวัดชัยภูมิเพิ่มสูงขึ้นจาก 135 บาทในปี 2547 เป็น 139 บาทในปี 2548 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของต้นทุนการผลิต ซึ่งผู้ถือหุ้นอุตสาหกรรมสิ่งทอบางส่วนเป็นชาวต่างชาติและมีโรงงานอยู่เกือบทั่วโลก เช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ ฯลฯ ซึ่งถ้าผู้ประกอบการมองว่าต้นทุนในการผลิตของประเทศไทยสูงขึ้นก็จะไม่จ่ายงานมาให้โรงงานในเมืองไทย และจะส่งงานไปที่เครือข่ายอื่นแทน เช่น จีนซึ่งมีค่าจ้างงานที่ถูกกว่า ทำให้โรงงานในจังหวัดชัยภูมิขาดการจ่ายงานและถูกบังคับงานจากบริษัทใหญ่ ให้ควบคุมด้านค่าใช้จ่ายซึ่งส่งผลต่อต้นทุนภาพรวม

จากปัญหาข้างต้น ส่งผลให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยมีการจัดสรรแบ่งปันคำสั่งซื้อ เพื่อให้สามารถรับคำลั่งซื้อที่มาคราวละมากๆ ได้ แต่ทั้งนี้ ก็ยังไม่เกิดความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะแต่ละโรงงานก็เกิดปัญหาการจ่ายงาน และต้องรักษาตัวเองให้อยู่รอดก่อน ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การเคลื่อนย้ายของแรงงาน จากโรงงานหนึ่งไปอีกโรงงานหนึ่งในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่ภาคเกษตรกรรมในช่วงของฤดูกาลเก็บเกี่ยว แต่การขยายตัวของกลุ่มธุรกิจสิ่งทอ ก็จะทำให้แรงงานและปัจจัยการผลิตในตลาดท้องถิ่นเพิ่มขึ้น จากการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ท้ายสุดจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ด้านการเพิ่มผลผลิต ความยืดหยุ่นและนวัตกรรม

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการพัฒนาคลัสเตอร์สิ่งทอชัยภูมิ เป็นการเริ่มต้นจากกลุ่มปลายน้ำ โดยจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนี้

1.กิจกรรม Cluster Order Sharing Project

2.กิจกรรมจัดทำ Website www.clusterchaiyaphum.com เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของสมาชิกและเพิ่มช่องทางในการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจและช่องทางการตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

3.กิจกรรมประชุมประจำเดือน เพื่อให้เป็นเวทีในการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอประเด็นปัญหาและหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการประกอบการร่วมกัน

4.กิจกรรมให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ

ที่ผ่านมาการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสิ่งทอ จังหวัดชัยภูมิ เริ่มต้นจากแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดชัยภูมิ โดยปัจจุบันมีแค่การเชื่อมโยงของกลุ่มผลิตปลายน้ำ คือกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งต่อไปหากมีการพัฒนาและเชื่อมโยงกันในห่วงโซ่อุปทานแล้ว ก็จะส่งผลให้คลัสเตอร์นี้มีความเข้มแข็งและเติบโตได้ต่อไป สำหรับปัจจัยเร่งด่วนที่ควรให้มีการดำเนินการ โดยมีความร่วมมือระหว่างสมาชิกผู้ประกอบการในคลัสเตอร์และภาครัฐ ดังนี้

1. ปัญหาเกี่ยวข้องกับแรงงาน ทั้งด้านปริมาณแรงงานในพื้นที่ และด้านความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพยังอยู่ในระดับที่ต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน

2. การพัฒนาหลักสูตรสำหรับผู้จัดการและพนักงานสายอาชีพร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น เพื่อเป็นการพัฒนากำลังคนในทุกระดับให้มีความพร้อมที่จะรองรับการขยายตัวในอนาคตสำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ

3. ปัญหาด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของจังหวัดยังอยู่ในเกณฑ์ต้องพัฒนาเช่นกัน ทั้ง ถนน การคมนาคมขนส่ง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจสำหรับผู้มาปฏิบัติงาน

4. ในเรื่องของการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างสมาชิกในกลุ่มคลัสเตอร์นั้น ขณะนี้เกิดความร่วมมือกันในเรื่องของการแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร วัตถุดิบ บ้างในระดับหนึ่ง แต่ปัญหาคือการที่จะให้เกิดความร่วมมืออย่างเต็มศักยภาพนั้นยังไม่เกิด เพราะ ศักยภาพของโรงงานแต่ละโรงงานนั้นไม่เท่าเทียมกันเช่นกรณีของกลุ่มอุตสาหกรรมถักทอนั้นบางโรงงานมีเครื่องจักรคอมพิวเตอร์ แต่บางโรงงานยังไม่มี เป็นต้น

5. การร่วมมือในด้านการแจกจ่ายการผลิตกันนั้นเกิดขึ้นบ้างแล้วแต่ยังไม่เต็มรูปแบบเพราะแต่ละโรงงานมีมาตรฐานการผลิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรสร้างมาตรฐานสินค้าร่วมกันระหว่างโรงงาน

6. ตลาดสำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอ คือ ตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัญหาที่สำคัญคือการแข่งขันด้านราคากับต่างประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานถูกกว่า เช่น จีนซึ่งนับว่าจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นจากการเปิดการค้าเสรี

7. การสร้างอุตสาหกรรมต้นน้ำ เพื่อผลิตวัตถุดิบป้อนแก่อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เกิดขึ้นในจังหวัดชัยภูมิ โดยอาจกำหนดเขตพื้นที่ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างชัดเจนและการให้สิทธิพิเศษต่างๆ เพื่อจูงใจผู้ประกอบการให้มีการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น อุตสาหกรรมซ่อมบำรุง อุตสาหกรรมขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ เป็นต้น


<< พิมพ์ข้อมูลคลัสเตอร์ >>

ย้อนกลับ          

 

  สำนักพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)                    

โทรศัพท์: 0-2282-0811    อีเมล์: admin@cm.nesdb.go.th