กลับหน้าหลัก
ผลการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของคลัสเตอร์ทั่วประเทศ 152 คลัสเตอร์ (จากข้อมูลทุติยภูมิ)
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ 60 คลัสเตอร์ จาก 152 คลัสเตอร์
ผลการประเมินคลัสเตอร์ที่มีศักยภาพ และสำรวจข้อมูลเชิงลึก 20 คลัสเตอร์
กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม

ดูข้อมูล
เลือกคลัสเตอร์ตามระดับศักยภาพ
กลุ่มที่ 3 Developing Clusterกลุ่มที่ 4  Hi Potential Cluster
กลุ่มที่ 1 Initiation/Formation Clusterกลุ่มที่ 2 Seeking Direction
คลิกเพื่อดูคำอธิบายระดับศักยภาพ

 

 
 
หนัาหลัก

Hmei7 Indonesian Defacer 0wnz you


ผลวิเคราะห์องค์ประกอบ 4 ด้าน (Diamond Analysis)


บทบาทรัฐบาล

(+) มีนโยบายหลักในการสนับสนุนตลาดส่งออกเสื้อผ้าและสิ่งทอ และโครงการกรุงเทพเมืองแฟชั่น
(-) กฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการสั่งซื้อเส้นไหม ไม่เปิดเสรี ทำให้มีปริมาณวัตถุดิบไม่เพียงพอ
(-) บทบาทของภาครัฐในการสนับสนุนผู้ประกอบการยังไม่ชัดเจน เช่น สถาบันหม่อนไหมแห่งชาติ

บริบทการแข่งขัน และกลยุทธ์ทางธุรกิจ
(+) ระดับความเข้มแข็งของการแข่งขันในคลัสเตอร์
บทบาทการทำงานของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่มีผลต่อวิสาหกิจผ้าไหม
ลักษณะของคลัสเตอร์ไหม หมู่บ้านไหมเฉลิมพระเกียรติบ้านเสี้ยวน้อย จังหวัดชัยภูมิ มีลักษณะของการรวมตัวแบบธรรมชาติ ลักษณะเดียวกับการประกอบการแบบวิสาหกิจชุมชนชน มีผู้นำที่มีความเข้มแข็ง ที่ทุกคนในกลุ่มสมาชิกให้การเคารพ นับถือ และมีความสามารถในการพัฒนาเป็น Cluster Development Agent ได้ต่อไป ซึ่งการรวมกลุ่มดังกล่าว มีหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ดูแลและให้คำปรึกษาในการจัดตั้ง ซึ่งหน่วยงานหลัก คือ เกษตรจังหวัดชัยภูมิ

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจนี้ คือ สนับสนุนผู้ผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ไหมได้มีโอกาสจัดการอบรมพัฒนาทักษะการผลิตกระบวนการผลิต ตั้งแต่ กระบวนการในต้นน้ำ คือ ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ผู้ประกอบการกลางน้ำ คือ ผู้ทำหน้าที่ทอผ้า และออกแบบลายผ้า และผู้ประกอบการปลายน้ำ หรือผู้ขาย มีการกระตุ้นในเรื่องของการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ

(-) กลยุทธ์การแข่งขัน

เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าในกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจไหมเฉลิมพระเกียรติบ้านเสี้ยวน้อยไม่มีการแข่งขันกันเองในกลุ่มเครือข่าย ทั้งนี้เนื่องจากกลุ่มหัตถกรรมไหมเป็นแบบการรวมกลุ่มโดยธรรมชาติในสังคมชนบท มีการพัฒนาเครือข่ายโดยการนำของผู้นำหรือประธานกลุ่ม ที่สมาชิกทุกคนให้การยอมรับนับถือ ซึ่งผู้นำกลุ่มเองก็เป็นผู้นำงานการพัฒนามาถ่ายทอดสู่สมาชิกทุกคน ประกอบกับการตลาดหรือการขายของสมาชิกก็ไม่มีหน้าร้านขายสินค้า โดยมากจะรวมตัวกันและนำสินค้ามาขายตามงาน OTOP ที่หน่วยงานภาครัฐจัดขึ้น เช่น ที่เมืองทองธานี แต่การแข่งขันโดยมากจะเป็นลักษณะของการแข่งขันนอกคลัสเตอร์ เช่น ผู้ประกอบการบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ

ข้อมูลทั่วไปของสินค้าหลัก ผ้าไหมลายผ้าคมห้า และผ้ามัดหมี่ ซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิมีลวดลาย และรูปแบบเฉพาะ สวยงาม คุณภาพดี
ช่องทาง/สถานที่จำหน่ายสินค้า กลุ่มทอผ้าสามารถนำเสนอสินค้าได้ดีในงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้าระดับจังหวัด ระดับประเทศ ศูนย์แสดงผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการจำหน่ายสินค้า ณ ศูนย์ประชุมสินค้าทั้งที่กรุงเทพฯ งานการส่งออก ของกรมการส่งออก และจังหวัดอื่นๆ ทั่วไป

กลยุทธ์ในการแข่งขันของสินค้าผ้าไหมของหมู่บ้านไหมเฉลิมพระเกียรติเสี้ยวน้อย จากการสัมภาษณ์คุณมาลา วรรณพงษ์และเจ้าหน้าที่ของเกษตรจังหวัดชัยภูมิ (ตุลาคม, 2548) พบว่า ไหมของหมู่บ้านเสี้ยวน้อยจะใช้กลยุทธ์โดยเน้นเรื่องของคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านราคา สินค้าผ้าไหมส่วนใหญ่เมื่อพิจารณาจะพบว่ามีความแตกต่างกันกับสินค้าในตลาดผ้าไหม คือ ผ้าจะมีเนื้อแน่นเมื่อนำไปตัดเย็บแล้วจะไม่มีรอยแตกแยกของผ้า จะขายราคาที่สูงกว่าในตลาดอื่น คือ หลาละ 400-500 บาท แต่ในตลาดอื่นจะขายในราคา 200-300 บาท ทั้งนี้เนื่องจากการทอจะใช้จำนวนของเส้นไหมที่มากกว่า และลักษณะของผ้าของบ้านเสี้ยวน้อยจะยังคงความเป็นเอกลักษณ์อยู่ที่ลายของผ้า และมีชื่อเรื่องการมัดหมี่ ลักษณะของผ้าจะมีรอยปมของไหมที่สาวด้วยมือ เหมาะกับตลาดผู้บริโภคที่ชื่นชอบผ้าที่ทำจากมือ (Handmade) โดยเฉพาะผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ แต่บางครั้งอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศที่ต้องการผ้าไหมที่มีความเรียบและสม่ำเสมอของเส้นไหม ซึ่งได้จากการสาวไหมด้วยเครื่องสาวไหม แต่อย่างไรก็ตามทิศทางของการพัฒนางานผ้าไหมของบ้านเสี้ยวน้อยยังต้องมีการพัฒนาฝีมือเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในระดับสูงให้มากขึ้น เพื่อการแข่งขันกับเครือข่ายไหมอื่นนอกคลัสเตอร์



เงื่อนไขปัจจัยการผลิต
(+) ทรัพยากรทางธรรมชาติและลักษณะทางภูมิศาสตร์
บ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านเล่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ตั้งในที่ราบลุ่มแม่น้ำชี มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ มีน้ำที่สามารถใช้ในการเกษตรตามฤดูกาลเพียงพอ ดังนั้นในการปลูกใบหม่อนที่ไม่ต้องการน้ำมากก็สามารถผลิตได้ทุกฤดูกาล

(-) ทรัพยากรบุคคล
ชาวบ้านเสี้ยวน้อยที่อายุตั้งแต่ประมาณ 40 ปีขึ้นไป จะมีความสามารถในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมตามธรรมชาติ ตลอดทั้งการทอ การออกแบบลายก็สามารถพัฒนาตัวเองได้ ซึ่งทักษะตามธรรมชาตินี้หากได้รับการพัฒนาที่ดีก็จะทำให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพในระบบคลัสเตอร์

(+) สาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน
เนื่องจากจังหวัดชัยภูมิ ได้เร่งดำเนินการโดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบการคมนาคมขนส่ง ถนน สาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมนโยบายเรื่องของสิ่งทอโรงงานตามยุทธศาสตร์ของจังหวัดอยู่แล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยต่างๆ นี้เป็นปัจจัยที่สำคัญของการประกอบการ โครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านไหมเฉลิมพระเกียรติ บ้านเสี้ยวน้อยด้วย ประกอบการการที่หมู่บ้านไหมเฉลิมพระเกียรติเสี้ยวน้อย ตั้งอยู่ ตำบลบ้านเล่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ทำให้การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานขยายไปถึงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เอื้อต่อการพัฒนาของคลัสเตอร์ไหมตามไปด้วย สรุปลักษณะที่สำคัญพอสังเขป มีดังนี้

(+) การคมนาคมและขนส่งทางบก
บ้านเสี้ยวน้อยตั้งอยู่บนเส้นทางสายชัยภูมิ-เลยห่างจากเมืองชัยภูมิ ประมาณ 10 กิโลเมตร มีรถยนต์โดยสารวิ่งระหว่างจังหวัดกรุงเทพฯ- เมืองเลยหรือผ่านไปจังหวัดเลย มีรถยนต์โดยสารวิ่งระหว่างจังหวัดชัยภูมิกับอำเภออื่น ๆ และเส้นทางเดินรถภายในหมู่บ้านเสี้ยวน้อยกับเมืองชัยภูมิทุกวันสภาพเส้นทาง คมนาคม ติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัด สภาพถนนดี เดินทาสะดวกทุกฤดูกาล

(+) การขนส่งทางอากาศ
จังหวัดชัยภูมิ ยังไม่มีบริการขนส่งทางอากาศ แต่มีสนามบินในจังหวัดใกล้เคียงทั้งสนามบินของจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนักลงทุนสามารถนั่งรถยนต์เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิได้ มีระยะทางประมาณ 150 และ 119 กิโลเมตรตามลำดับ

(+) สาธารณูปโภคและสาธารณูปการไฟฟ้า
ปัจจุบันการไฟฟ้าได้ขยายเขตและให้บริการไฟฟ้าเกือบครบทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้าน มีกำลังไฟฟ้าที่สูงเพียงพอ

(+) ประปา
การให้บริการน้ำประปาของของหมู่บ้านมีปริมาณที่เพียงพอทุกฤดูกาล สำหรับครัวเรือนที่ไม่สามารถใช้ประปาได้อาศัยน้ำจากบ่อบาดาล และบ่อน้ำตื้น

(-) โครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เทคโนโลยีการผลิตของบ้านเสี้ยวน้อยยังอยู่ในระดับต่ำ ชาวบ้านยังขาดความรู้ที่จะสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการผลิตด้วยตนเอง และขาดแคลนทุนที่จะนำเข้าเทคโนโลยีจากภายนอก หน่วยงานสนับสนุนภาครัฐจึงควรต้องเร่งวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสมช่วยเหลือ

สรุปด้านปัจจัยการผลิตของไหมบ้านเสี้ยวน้อย จังหวัดชัยภูมิ มีผลผลิตในแง่วัตถุดิบในงานไหมภายในประเทศ ไม่เพียงพอกับความต้องการในส่วนของผู้ทอผ้า การขาดแคลนเส้นไหมที่มีลักษณะพิเศษ หรือเส้นใยไหมผสม ที่จำเป็นต่อนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ไหม การนำเข้าเส้นไหมจากต่างประเทศถูกสกัดกั้นโดยระบบโควต้านำเข้าหรือการนำเส้นไหมยืนมากจากบริษัทใหญ่ คือ จุลไหมไทย เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้บ้านเสี้ยวน้อยยังขาดนวัตกรรมที่เป็นการเพิ่มมูลค่าเข้าไปในตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นการสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไหมของบ้านเสี้ยวน้อย



อุตสาหกรรมที่เกี่ยวโยง และสนับสนุน
(-) ระดับความเข้มแข็งในลักษณะของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)/ ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)
ลักษณะของวิสาหกิจไหมบ้านเสี้ยวน้อย ไม่มีการเชื่อมโยงอย่างเข้มแข็งระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและผู้ประกอบการที่เป็นปลายน้ำ เนื่องจากผลผลิตรังไหมหรือผู้ผลิตยังมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับความต้องการภายในพื้นที่ ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยในการผลิตส่วนใหญ่ของบ้านเสี้ยวน้อยยังขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิศาสตร์เป็นหลัก

(-) ระดับความร่วมมือในคลัสเตอร์
เมื่อวิเคราะห์ถึงระดับความร่วมมือของกลุ่มไหมบ้านเสี้ยวน้อย พบว่า มีความร่วมมือกันในระดับสูง เนื่องจากสภาพทางสังคมเป็นตัวเชื่อมโยงหลัก ประกอบกับการต้องการแข่งขันกับผู้ประกอบการนอกคลัสเตอร์ ทำให้ชาวบ้านมีกำลังใจและมีการร่วมแรงร่วมใจกันในการประกอบการกิจกรรมเสมอ แต่การร่วมมือกันในกลุ่มยังต้องอาศัยผู้นำที่เข้มแข็งในผู้ริเริ่มกิจกรรมต่างๆ ประกอบการการร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องช่วยในการสนับสนุนและส่งเสริม เช่น เกษตรจังหวัดชัยภูมิ พัฒนาชุมชนจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 สำนักงานพาณิชย์จังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด หอการค้าจังหวัดชัยภูมิ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น ชมรมผู้ประกอบอาชีพการออกแบบและการตัดเย็บเสื้อผ้า จังหวัดชัยภูมิ กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ประโยชน์กับเครือข่ายเมื่อมีการรวมเครือข่ายธุรกิจที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในหมู่บ้านไหมเสี้ยวน้อย คือ สร้างพลังความร่วมมือระหว่างภาคการผลิต และภาคบริการและความร่วมมือภายในภาคธุรกิจเดียวกัน และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิต



เงื่อนไขด้านอุปสงค์
(-) ขนาดของอุปสงค์
ตลาดในประเทศเป็นตลาดหลักที่มีขนาดใหญ่และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่ความสนใจสินค้าของลูกค้าเป็นสินค้าระดับล่าง ส่วนตลาดต่างประเทศก็มีไม่มากนัก ให้ความสนใจในสินค้าที่มีคุณภาพสูง และขยายความสนใจผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากผ้าไหมเพิ่มมากขึ้น ทำให้คลัสเตอร์ไหม บ้านเสี้ยวน้อย จังหวัดชัยภูมิ สามารถสร้างมูลค่าการขายสินค้าผ้าไหม ได้ประมาณ 28 ล้านบาท ต่อปี และยังมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี (ข้อมูลจากการสอบถามคุณมาลา วรรณพงษ์ ประธานกลุ่มไหม หมู่บ้านไหมเฉลิมพระเกียรติเสี้ยวน้อย)

(-) ความพิถีพิถันของลูกค้า
เนื่องจากสินค้าของหมู่บ้านไหมเสี้ยวน้อย โดยมากจะเป็นผ้าที่เป็นผืน จะมีการนำไปตัดเย็บและขายอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก เนื่องจากชาวบ้านไม่มีต้นทุนในการนำไปตัดเย็บ และอาจเป็นทุนจม ภายในหมู่บ้านเสี้ยวน้อยเองก็ไม่มีผู้ประกอบการที่ทำหน้าที่ตัดเย็บที่มีประสิทธิภาพ ที่จะออกแบบและตัดเย็บได้ตรงกับความต้องการ ดังนั้นลูกค้าส่วนใหญ่จึงซื้อผ้าเป็นผืนจากที่นี่ ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นลูกค้าในประเทศ จะมีลูกค้าในต่างประเทศบ้าง แต่ยังไม่มากนัก จำเป็นต้องให้การส่งเสริมการตลาดในต่างประเทศ ดังนั้นลูกค้าจะให้ความพิถีพิถันกับผ้าไหมที่จะนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า แต่หากนำไปใช้อย่างอื่นก็ไม่พิถีพิถันมาก และจะเลือกซื้อผ้าไหมโดยให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพและงานฝีมือมากกว่า แต่ก็มีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่จะพิจารณาการซื้อโดยดูที่ราคาเป็นเงื่อนไขในการตัดสินใจที่จะเลือกนำผ้าไหมไปใช้เช่นเดียวกับตลาดสินค้าผ้าไหมอื่น




ย้อนกลับ          

 

  สำนักพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)                    

โทรศัพท์: 0-2282-0811    อีเมล์: admin@cm.nesdb.go.th